หากเปรียบระบบควบคุม (Controller) เป็น “สมอง” อุปกรณ์เซ็นเซอร์ (Sensors) ก็เปรียบเสมือน “ประสาทสัมผัส” ทั้ง 5 ของบ้าน หากปราศจากเซ็นเซอร์ บ้านของเราก็จะเป็นเพียงบ้านที่มีรีโมทคอนโทรลไฮเทคเท่านั้น แต่ไม่สามารถ “รับรู้” หรือ “ตัดสินใจ” เองได้ ในบทความนี้ เราจะมาทำความรู้จักกับประเภทของเซ็นเซอร์ที่นิยมใช้ในงาน Smart Home และวิธีการเลือกใช้งานให้ถูกต้องครับ
1. หน้าที่ของเซ็นเซอร์ในทางเทคนิค
ในทางวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เซ็นเซอร์คืออุปกรณ์ Transducer ชนิดหนึ่ง ทำหน้าที่เปลี่ยน “พลังงานทางฟิสิกส์” (เช่น ความร้อน แสง เสียง แรงกด) ให้กลายเป็น “สัญญาณทางไฟฟ้า” (เช่น แรงดันไฟฟ้า ความต้านทาน หรือกระแส) เพื่อส่งต่อให้บอร์ดควบคุม (Microcontroller) นำไปประมวลผลต่อ
2. ประเภทของเซ็นเซอร์ยอดนิยมในระบบ Smart Home
สำหรับการเรียนการสอนและการใช้งานจริง เรามักแบ่งกลุ่มเซ็นเซอร์ตามวัตถุประสงค์การใช้งาน ดังนี้:
2.1 กลุ่มตรวจวัดสภาพแวดล้อม (Environmental Sensors) ใช้สำหรับสร้างความสบาย (Comfort) และดูแลสุขภาพ
- เซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิและความชื้น (Temperature & Humidity Sensor):
- ตัวอย่าง: DHT11, DHT22, SHT30
- หน้าที่: วัดค่าอุณหภูมิห้องเพื่อสั่งเปิด-ปิดแอร์ หรือวัดความชื้นเพื่อสั่งเครื่องฟอกอากาศ

- เซ็นเซอร์วัดความเข้มแสง (Light Sensor/LDR):
- ตัวอย่าง: Photoresistor (LDR), BH1750
- หน้าที่: ตรวจจับกลางวัน-กลางคืน เพื่อเปิดไฟรั้วบ้านอัตโนมัติ

2.2 กลุ่มรักษาความปลอดภัย (Security Sensors) ใช้สำหรับเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัย
- เซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว (Motion Sensor):
- ตัวอย่าง: PIR Sensor (HC-SR501)
- หน้าที่: ตรวจจับความร้อนจากร่างกายสิ่งมีชีวิต ใช้เปิดไฟทางเดิน หรือทำระบบกันขโมย

- เซ็นเซอร์ประตู/หน้าต่าง (Door/Window Sensor):
- ตัวอย่าง: Magnetic Reed Switch
- หน้าที่: ตรวจสอบว่าประตูถูกเปิดหรือปิดอยู่ (ทำงานด้วยแม่เหล็ก)

2.3 กลุ่มความปลอดภัยในชีวิต (Safety Sensors)
- เซ็นเซอร์ตรวจจับก๊าซและควัน (Gas & Smoke Sensor):
- ตัวอย่าง: MQ-2 (ควัน/แก๊สไวไฟ), MQ-7 (คาร์บอนมอนอกไซด์)
- หน้าที่: แจ้งเตือนเมื่อเกิดแก๊สรั่วหรือไฟไหม้

3. สัญญาณจากเซ็นเซอร์: สิ่งที่ช่างอิเล็กทรอนิกส์ต้องรู้
การเลือกเซ็นเซอร์มาต่อกับบอร์ดควบคุม (เช่น ESP32 หรือ Arduino) ต้องดูชนิดของสัญญาณ Output:
- Digital Output (0/1): ให้ค่าแค่ “ใช่” หรือ “ไม่” เช่น มีคน/ไม่มีคน (PIR), ประตูเปิด/ปิด (Reed Switch)
- Analog Output (ค่าต่อเนื่อง): ให้ค่าละเอียดเป็นระดับแรงดันไฟ เช่น ความเข้มแสง (LDR), ปริมาณแก๊ส (MQ Series)
- Data Protocol (I2C/OneWire): ส่งค่ามาเป็นข้อมูลดิจิทัลที่มีความแม่นยำสูง เช่น อุณหภูมิ 25.5 องศา (DHT22, BH1750)
ตัวอย่างการใช้งานจริง (Use Case): ห้องนอนอัจฉริยะ
เพื่อให้เห็นภาพการทำงานร่วมกันของเซ็นเซอร์ ลองดูตัวอย่างนี้:
- โจทย์: ควบคุมอุณหภูมิและการนอนหลับให้สบายที่สุด
- การติดตั้ง:
- ติดตั้ง DHT22 ไว้หัวเตียง
- ติดตั้ง LDR ไว้ที่หน้าต่าง
- การทำงาน (Automation):
- เงื่อนไข 1: ถ้า LDR อ่านค่าได้ว่า “มืดสนิท” (เวลานอน) -> สั่งปิดม่านไฟฟ้า
- เงื่อนไข 2: ถ้า DHT22 อ่านค่าอุณหภูมิได้ > 27°C -> สั่งเปิดแอร์ที่โหมด Cool
- เงื่อนไข 3: ถ้า DHT22 อ่านค่าอุณหภูมิได้ < 24°C -> สั่งแอร์ปรับเป็นโหมด Fan หรือเพิ่มอุณหภูมิ
บทสรุป
การเลือกใช้เซ็นเซอร์ที่ถูกต้องและมีคุณภาพ เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของระบบที่มีเสถียรภาพ
